MFO : Master Fulfillment Optimizer



MFO คืออะไร?


           MFO หรือ Master Fulfillment Optimizer เป็นระบบเฉพาะทางด้านการวางแผนซัพพลายเชนที่ถูกออกแบบมาช่วยแก้ปัญหาการวางแผนการเติมเต็มสินค้าหลากหลายที่ถูกจัดเก็บในหลายๆ แห่ง โดยระบบ MFO จะบูรณาการและรับข้อมูลยอดขาย หรือความต้องการของสินค้าแต่ละรายการจากซอฟต์แวร์ Forecast Pro และประเมินความแปรปรวนของอุปสงค์ด้วยข้อมูลจากซอฟต์แวร์ Forecast Pro นอกจากนั้นระบบ MFO ยังบูรณาการกับระบบ ERP โดยรับข้อมูลระดับสินค้าคงคลังและข้อมูลอื่นๆจากระบบ ERP และใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการวางแผนการเติมเต็ม และเมื่อได้แผนการเติมเต็มแล้ว ระบบ MFO สามารถส่งแผนการเติมเติมกลับไปให้ระบบ ERP หรือระบบอื่นได้ด้วยเพื่อให้รอบการวางแผนมีความสมบูรณ์




MFO for Inventory Replenishment Planning


          ระบบบริหารและจัดการคลังสินค้า (Order fulfillment) คือการบรรลุเป้าหมายในการจัดหาสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าหลังได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้า หากท่านมีธุรกิจที่จำเป็นต้องบริหารสินค้าคงคลังหลายร้อยหลายพันรายการ เพื่อตอบสนองความต้องการและให้บริการลูกค้าของท่านในหลายๆ สาขาหรือร้านค้า การวางแผนการเติมเต็มสินค้าคงคลัง (Inventory Replenishment Planning) เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) สามารถช่วยให้ท่านตัดสินใจได้ว่าเม็ดเงินที่ท่านลงทุนในสต็อกเหล่านั้นจะสร้างระดับบริการ (Service Level) ที่ท่านต้องการให้กับลูกค้าของท่านได้หรือไม่ โดยท่านควรจะมีทัศนวิสัย (Visibility) ในระดับสินค้าคงเหลือในช่วงเวลาการวางแผน (Planning Horizon) เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าระดับของสินค้าในสต็อกจะมีไม่มากและไม่น้อยจนเกินไปซึ่งจะส่งผลให้การบริหารสต็อกทรัพย์สินมีประสิทธิภาพสูงสุด


         ปัจจุบันธุรกิจส่วนใหญ่ใช้ซอฟต์แวร์ ERP (Enterprise Resource Planning) ในการบริหารธุรกรรมต่างๆ ในองค์กร รวมทั้งการวางแผนการเติมเต็มสินค้าคงคลัง แต่ซอฟต์แวร์ ERP มีจุดอ่อนเรื่องการวางแผนและอาจจะไม่พอเพียงในการบริหารสินค้าคงคลังและซัพพลายเชนของท่าน เพราะการวางแผนในระบบ ERP ไม่สามารถทำด้วยการกำหนดระดับบริการที่ต้องการสำหรับสินค้าแต่ละรายการได้ (โดยเฉพาะสินค้าสำเร็จรูปซึ่งมีมูลค่าสูงสุด) การกำหนดปริมาณสินค้าเผื่อขาด (Safety Stock) อาจจะไม่ได้รับการปรับปรุง (Update) ด้วยข้อมูลที่ทันสมัยตลอดเวลาเพราะต้องใช้แรงคนจำนวนมาก และอาจจะทำไม่ได้เพราะขาดระบบ ส่งผลให้ระดับสต็อกไม่มีความสมดุลย์กับอุปสงค์ที่มีความแปรปรวนเสมอ ทำให้กระทบต้นทุน ระดับบริการและกำไรของธุรกิจ

       ระบบ MFO มีหลายนโยบายการควบคุมสินค้าคงคลัง (Inventory Control Policies) ให้เลือก มีหลายนโยบายสำหรับกำหนดปริมาณสินค้าเผื่อขาด (Safety Stock Policies) โดยการเลือกระดับบริการ (Service Level) หรือ Days Supply รวมทั้งมีความสามารถอื่นๆที่ทำให้ผู้วางแผนมีความยืดหยุ่นในการกำหนดพารามิเตอร์ที่เหมาะสมสำหรับการบริหารสินค้าคงคลังของแต่ละรายการได้ และสามารถสร้างทัศนวิสัยของสินค้าคงคลังในระดับวันสำหรับสินค้าแต่ละรายการตลอดช่วงเวลาการวางแผน เช่น 4 เดือน เป็นต้น

          ระบบ MFO ช่วยประหยัดเวลาในการวางแผน และเป็นเครื่องมือสำคัญในกระบวนการวางแผนการขายและปฏิบัติการ (Sales and Operations Planning, S&OP) ซึ่งเป็นกระบวนการในการบริหารซัพพลายเชน และทำให้ฝ่ายขายและฝ่ายปฏิบัติการเข้าใจข้อจำกัดต่างๆ ในการสร้างความสมดุลย์ระหว่างอุปสงค์และอุปทานและทำให้การทำงานนั้นมีความราบรื่นมากขึ้นในองค์กร




our customers